“ไม้กลอง” นั้นสำคัญต่อมือกลองแทบพกไม้กลองติดตัวอยู่เป็นประจำโดยบางคนก็พกถึง 3-4 คู่กันไปเลย 5 วิธีเลือกไม้กลองให้เข้ามือ ไปดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง
.
1.ชนิดของไม้กลอง
ตัวไม้นั้นมีผลต่อเสียงโดยตรง ทำให้เวลาเลือกซื้อไม้กลองนั้นต้องคำนึงด้วยว่าน้ำหนักของไม้กลองทั้ง 2 ข้างนั้น เท่ากันหรือไม่ โดยปกติแล้วไม้กลองแต่รุ่นจะมีตัวเลขและข้อความบอกไว้อยู่แล้วว่าเป็นไม้เบอร์อะไร ใช้ไม้ประเภทอะไร ก็จะทำให้ง่ายต่อการเลือก ประเภทไม้หลักๆของไม้กลองในท้องตลาดนั้นจะมีอยู่ 4 แบบ คือ ไม้เมเปิ้ล, ไม้โอ๊ค, ไม้ฮิคคอรี่ และวัสดุไฟเบอร์ ซึ่งแต่ละประเภทก็จะให้เนื้อเสียงที่แตกต่างกันออกไป น้ำหนักของไม้กลองนั้นก็สำคัญ
2.หัวไม้กลอง
หัวไม้ด้วย หัวไม้กลองจะมี2 แบบคือ หัวไม้แท้ที่จะให้เสียงนุ่มนวลเวลากระทบกับทองเหลืองเช่นฉาบหรือไฮ-แฮท แต่มีข้อเสียคือจะแตกหักได้ง่าย อีกแบบคือหัวพลาสติกหรือที่เรียกว่าหัวไนล่อนเวลากระทบกับทองเหลือเสียงจะคมใสกว่า แต่ข้อเสียคือเสียงจะไม่เป็นธรรมชาติเท่าไรนัก
3.ส่วนคอไม้กลอง
ส่วนคอของไม้กลองนั้นมีความสัมพันธ์กับส่วนหัวซึ่งจะทำให้เกิดเสียงต่างๆ รวมไปถึงส่วนคอนั้นจะเกี่ยวกับความแข็งแรงของไม้โดยตรง หากเลือกไม้กลองที่คอเล็ก จะให้โทนเสียงใสเหมาะกับเพลงแนวแจ๊ส ส่วนคอไม้กลองหนานั้นจะเหมาะกับเพลงร็อคที่ต้องใช้มวลสารไม้มากกว่า
4.ความยาวของไม้กลอง
ไม้กลองทั่วไปจะมีความยาวอยู่ที่ 15-17 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานความยาวของไม้กลองก็เป็นอีกสิ่งที่จำเป็นสำหรับมือใหม่ ห้เหมาะกับการจับของตนเอง จึงจะได้ซาวด์กลองออกมาดีที่สุด
5.เลือกขนาดไม้ให้เหมาะกับแนวดนตรีที่เล่น
ควรจะศึกษาตนเองก่อนว่าถนัดแนวอะไร ไม้กลองนั้นปกติก็จะมีหลายขนาด
“A” ย่อมาจาก orchestra ไม้ชนิดนี้จะใช้ในวง orchestra และเป็นไม้ที่มีขนาดเล็ก
“B” ย่อมาจาก Band หรือวงดนตรี นิยมใช้ในวง Brass Band ที่มีเสียงดัง ไม้ประเภทนี้จึงออกแบบมาให้มีความใหญ่
“S” จะเป็นไม้กลองขนาดใหญ่หรือเรียกว่าไม้กลอง street สวนใหญ่จะใช้กับวงขนาดใหญ่เช่นวงโยธวาทิตหรือกองพลกลองในหน่วยทหาร
.
วิธีเลือกไม้กลองเบื้องต้นที่มือใหม่หลายคนควรจะทราบเอาไว้ และหากยังไม่รู้จะไปซื้อไม้กลองทางร้าน Music Legend มีไม้กลองจำหน่ายสอบถามทางเพลงได้เลยครับ